อีโบลา ระบาดหนักในคองโก ผู้เชี่ยวชาญเตือนกินสัตว์ป่าเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ

อีโบลา

อีโบลา ระบาดหนักในคองโก ผู้เชี่ยวชาญชี้สัตว์ป่าเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกยังคงสร้างความกังวลให้กับวงการสาธารณสุขทั่วโลก หลังมีรายงานผู้ป่วยต้องสงสัยจำนวนมากและยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการล่า ชำแหละ และบริโภคสัตว์ป่า อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชื้อไวรัสแพร่จากสัตว์สู่มนุษย์

แม้จะมีการรณรงค์ให้ประชาชนระมัดระวังความเสี่ยงจากโรคติดต่อ แต่ในหลายพื้นที่ของแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก การบริโภคเนื้อสัตว์ป่ายังคงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมายาวนาน โดยในตลาดท้องถิ่นของกรุงกินชาซา ยังพบการจำหน่ายสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ทั้งสัตว์ฟันแทะ งู ค้างคาว และสัตว์ป่าอื่น ๆ ที่นิยมบริโภคกันในชุมชน

ผู้เชี่ยวชาญเตือนความเสี่ยงเชื้อข้ามจากสัตว์สู่คน

นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อระบุว่า ไวรัสนี้ มีความเชื่อมโยงกับสัตว์ป่าหลายชนิด โดยเฉพาะค้างคาวกินผลไม้ ซึ่งถูกมองว่าเป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติของเชื้อไวรัส การสัมผัส เลือด เนื้อ หรืออวัยวะของสัตว์ที่ติดเชื้อ อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เชื้อแพร่เข้าสู่มนุษย์ได้

ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า การมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการเกิดโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน และอาจนำไปสู่การระบาดครั้งใหม่ได้ในอนาคต

ยอดผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตยังเพิ่มขึ้น

ข้อมูลจากทางการคองโกระบุว่า หลังประกาศการระบาดครั้งล่าสุด พบผู้ป่วยต้องสงสัยมากกว่าหนึ่งพันราย และมีผู้เสียชีวิตแล้วหลายร้อยราย ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เชื่อว่าตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงกว่าที่มีการรายงาน เนื่องจากเชื้อสามารถแพร่กระจายได้ก่อนที่จะถูกตรวจพบ

การระบาดในครั้งนี้เกิดจากไวรัสสายพันธุ์บุนดิบูกโย ซึ่งถือเป็นสายพันธุ์ที่พบไม่บ่อย และปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ

แนะหลีกเลี่ยงสัตว์ป่าไม่ทราบแหล่งที่มา

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเรียกร้องให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการบริโภคอาหาร โดยเฉพาะสัตว์ป่าที่ไม่ทราบแหล่งที่มา หรือสัตว์ที่ตายเองตามธรรมชาติ พร้อมเน้นย้ำว่าการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงของโรคนี้ เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดในอนาคต

ทั้งนี้ คองโกเคยเผชิญการระบาดของโรคนี้ หลายครั้งตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา และยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ต้องเฝ้าระวังโรคติดต่ออันตรายชนิดนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและระบบสาธารณสุขในวงกว้าง.