
จับทันควัน! หนุ่มเร่ร่อนใช้คัทเตอร์ ทำร้ายนักท่องเที่ยว กลางซอยสีลม 5
เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2569 เวลาประมาณ 11:30 น. เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นบริเวณใจกลางเมือง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้รับแจ้งเหตุจากผู้จัดการร้านสะดวกซื้อ 7-11 ปากซอยสีลม 5 ว่ามีคนร้ายรูปร่างอ้วนสูงใหญ่ ก่อเหตุใช้มีดคัทเตอร์ทำร้ายหญิงชาวต่างชาติจนได้รับบาดเจ็บ
หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.อ.พนม เชื้อทอง ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ ซึ่งกำลังออกตรวจพื้นที่ ได้สั่งการด่วนให้ชุดปฏิบัติการ ประกอบด้วย ฝ่ายสืบสวนและฝ่ายป้องกันปราบปราม นำอุปกรณ์ยุทธวิธี ทั้งไม้ง่ามและปืนไฟฟ้า รุดลงพื้นที่ตรวจสอบและระงับเหตุทันที
แกะรอยผ่าน CCTV รวบตัวพร้อมของกลาง
เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานตรวจสอบกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่ติดตั้งอยู่บริเวณถนนสีลม ซึ่งเชื่อมต่อระบบไว้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถแกะรอยเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายได้ทันที
ตำรวจตามไล่ล่าลัดเลาะเข้าซอยฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุ จนพบตัวผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อต่อมาคือ นายเอษณะ หรือ ฟิล์ม อายุ 30 ปี เป็นชายเร่ร่อนที่มีรูปร่างสูงใหญ่ โดยตำรวจได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นตามยุทธวิธี และสามารถยึดของกลางเป็นมีดคัทเตอร์ความยาว 9 นิ้ว (รวมด้าม) ที่เหน็บอยู่ข้างลำตัวไว้ได้
อ้างมูลเหตุสุดช็อก “ไม่ชอบคนอ้วน” แฉประวัติชอบป่วนสตรีท
จากการสอบสวน นายเอษณะ ให้การรับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุจริง โดยอ้างมูลเหตุจูงใจสั้นๆ ว่า “เพราะไม่ชอบคนอ้วน”
นอกจากนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ชายเร่ร่อนรายนี้มักจะย้ายที่นอนตามทางเท้าและเกาะกลางถนนไปเรื่อยๆ ไม่มีใครกล้ายุ่ง และมักมีพฤติกรรมก้าวร้าว ชอบทำร้ายร่างกายหรือขว้างปาสิ่งของใส่คนที่เดินผ่านไปมา โดยเฉพาะ “ผู้หญิง” จนสร้างความหวาดผวาให้กับคนในย่านนั้นเป็นอย่างมาก
ด้านผู้เสียหายคือ น.ส.เหงียน ทิ ง๊อก ทรัม อายุ 29 ปี สัญชาติเวียดนาม ทำงานเป็นพนักงานบริษัทสื่อโฆษณาในประเทศไทย หลังได้รับการปฐมพยาบาลและกลับจากโรงพยาบาล ได้เดินทางมายัง สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อชี้ตัวยืนยันผู้ก่อเหตุ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ผู้เสียหายขอบคุณตำรวจ ระงับเหตุไวคลายความหวาดผวา
น.ส.เหงียน ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ ที่ทำงานอย่างรวดเร็วและใช้เทคโนโลยีกล้องวงจรปิดเข้ามาช่วยจนสามารถจับกุมคนร้ายได้ทันท่วงที ช่วยคลายความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย” แก่นายเอษณะ พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งการเข้าระงับเหตุอย่างรวดเร็วในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 ที่เน้นย้ำให้ทุกสถานีหมั่นฝึกฝนยุทธวิธีตำรวจ เพื่อให้สามารถจัดการเหตุวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อทุกฝ่าย