
คาราโอเกะเชียงใหม่ ถูกกล่าวหาเรียกเก็บค่าบริการกว่า 1.5 แสนบาท ตำรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย
เกิดกรณีร้องเรียนเกี่ยวกับ คาราโอเกะที่เชียงใหม่ หลังนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 คน เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ โดยอ้างว่าถูกเรียกเก็บค่าบริการรวมกว่า 150,000 บาท จากการเข้าใช้บริการเพียงคืนเดียว จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในวงกว้างอีกครั้ง
รายงานระบุว่า เหตุเกิดเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังนักท่องเที่ยวทั้งสองเดินทางไปรับประทานอาหารและเครื่องดื่มย่านนิมมานเหมินทร์ ก่อนจะต่อไปยังร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งภายในเขตเมืองเชียงใหม่ โดยภรรยาชาวไทยของหนึ่งในผู้เสียหายเปิดเผยว่า สามีและเพื่อนอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนัก ก่อนจะหายตัวไปตลอดทั้งคืน
เมื่อกลับถึงบ้านในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น จึงตรวจสอบรายการใช้บัตรเครดิตและพบว่ามีการตัดยอดเงินรวมเกือบ 150,000 บาท แบ่งเป็นการใช้บัตรเครดิตของสามีมากกว่า 120,000 บาท และมีการใช้บัตรอีกใบของภรรยาซึ่งติดตัวสามีไปอีกกว่า 26,000 บาท จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ผู้เสียหายยังตั้งข้อสังเกตถึงการตัดยอดบัตรหลายครั้งในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน รวมถึงพบว่าบางรายการมีการโอนเงินเข้าสู่บัญชีบุคคล ซึ่งอยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังสงสัยว่าคนขับรถรับจ้างที่พาผู้เสียหายกลับไปยังร้านเดิม อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากข้อมูลเส้นทางการเดินรถพบว่ามีการขับวนหลายจุดก่อนกลับมายังร้าน
ด้านตัวแทนร้านคาราโอเกะยืนยันว่า นักท่องเที่ยวทั้งสองเข้ามาใช้บริการจริง พร้อมระบุว่ามีการเรียกพนักงานหญิงหลายคนมาร่วมดื่มและใช้บริการเป็นเวลาหลายชั่วโมง จึงคิดค่าบริการตามอัตราของร้าน ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดออกมาเป็นยอดดังกล่าว
ภายหลังเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้เชิญทั้งสองฝ่ายมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมเปิดโอกาสให้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยควบคู่กับการตรวจสอบพยานหลักฐาน ทั้งรายการธุรกรรมทางการเงิน รายละเอียดการใช้บัตรเครดิต และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการให้บริการของร้าน
กรณีลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวต่างชาติในจังหวัดเชียงใหม่มาแล้วหลายครั้ง ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและกำกับดูแลสถานบริการอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและรักษาภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทยต่อไป