น้องชายเผยภาพวงจรปิด พระแอบจูบพี่สาว ทนไม่ไหวจุดประทัดไล่ออกจากบ้าน

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 โลกออนไลน์เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ของพระภิกษุรูปหนึ่งกับหญิงสาว ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งภาพที่ปรากฏแสดงถึงความใกล้ชิดในลักษณะที่ไม่เหมาะสม จนหลายคนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของพฤติกรรมดังกล่าว จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า พระรูปนี้มีต้นสังกัดอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

คลิปฉาวสะเทือนโซเชียล พระแอบจูบพี่สาว พฤติกรรมเกินขอบเขตจนโดนวิจารณ์ยับ

พระแอบจูบพี่สาว

เจ้าของคลิปเล่าทั้งน้ำเสียงโกรธ จับได้จากกล้องวงจรปิด

ชายเจ้าของคลิปซึ่งขอใช้นามสมมุติว่า “บอย” อายุ 35 ปี เปิดเผยด้วยอารมณ์ไม่พอใจว่า พี่สาวของตนรู้จักกับพระรูปนี้มานาน และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พระได้เดินทางมาที่บ้านเพื่อทำพิธีรดน้ำตามประเพณี แต่สิ่งที่ทำให้เขาเริ่มเอะใจ คือความสนิทสนมที่ดูเกินปกติ จึงตัดสินใจปรับมุมกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบ และภาพที่เห็นกลับทำให้แทบช็อก เพราะพบว่าพระกับพี่สาวของเขามีการจูบกันอย่างเปิดเผย

พระแอบจูบพี่สาว

ขับรถกลับทันที ไล่พระออกจากบ้านกลางดึก

หลังเห็นเหตุการณ์ผ่านกล้อง เจ้าตัวรีบขับรถกลับจากบ้านแฟน ระยะทางกว่า 60 กิโลเมตร เพื่อมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เมื่อมาถึงบ้าน เขาได้เผชิญหน้ากับพระรูปดังกล่าว และไล่ออกจากพื้นที่ทันที โดยระบุว่าพฤติกรรมแบบนี้ไม่สมควรเกิดขึ้นกับผู้ที่อยู่ในผ้าเหลือง พร้อมย้ำว่า “แบบนี้ไม่ใช่พระ แต่เป็นมารศาสนา” นอกจากนี้ เขายังเล่าว่าหลังจากเกิดเหตุ ได้จุดประทัดเพื่อขับไล่ จนพระรูปดังกล่าวต้องรีบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

ห่วงครอบครัว กลัวสังคมมองไม่ดี

เจ้าของคลิปยังเผยความรู้สึกอีกว่า เขาสงสารพ่อแม่ เพราะเกรงว่าคนรอบข้างจะเข้าใจผิด คิดว่าครอบครัวของตนยอมให้เกิดเรื่องไม่เหมาะสมแบบนี้ในบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่กระทบต่อชื่อเสียงอย่างมาก

พระแอบจูบพี่สาว

เจ้าคณะอำเภอชี้ชัด พฤติกรรมแบบนี้รับไม่ได้

ด้านพระผู้ใหญ่ในพื้นที่อย่างพระครูรัตนะธรรมะนิวิทย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอ ได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ท่านระบุว่า พระสงฆ์ควรรักษาศีลและสำรวมตนให้มากกว่าคนทั่วไป การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการบั่นทอนศรัทธาและส่งผลเสียต่อพระพุทธศาสนาโดยตรง พร้อมแนะนำว่าควรพิจารณาลาสิกขา หากยังฝืนอยู่ต่อก็เท่ากับเป็นผู้ทำลายศาสนาเสียเอง

เสียงเรียกร้องให้ตรวจสอบและจัดการอย่างจริงจัง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจให้กับพุทธศาสนิกชนจำนวนไม่น้อย หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด และดำเนินการตามระเบียบอย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของพระสงฆ์ ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมศรัทธาของประชาชนต่อไป