หมอดูหลอกทำพิธี เรียกผัวสาวลูกครึ่งไทย-ฮ่องกงสูญกว่า 30 ล้าน ร้องสายไหมต้องรอดช่วย

หมอดูหลอกทำพิธี

หมอดูหลอกทำพิธี เรียกผัวสาวลูกครึ่งเชื่อคำทำนาย โอนเงินนับร้อยครั้งสูญกว่า 30 ล้าน

เกิดกรณีร้องเรียนที่กำลังได้รับความสนใจ เมื่อหญิงสาวลูกครึ่งไทย-ฮ่องกงวัย 47 ปี เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด หลังอ้างว่าตกเป็นเหยื่อของหมอดูชื่อดังที่เปิดเพจผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนสูญเงินสะสมรวมกว่า 30 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3-4 ปี

ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนทำงานเป็นเลขานุการของบริษัทขนส่งสินค้าในฮ่องกง และเคยประสบปัญหาชีวิตคู่ หลังจับได้ว่าสามีนอกใจ ด้วยความทุกข์ใจจึงเริ่มค้นหาหมอดูผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนติดต่อพูดคุยและรับคำแนะนำเกี่ยวกับการทำพิธีกรรมต่าง ๆ เพื่อให้สามีกลับมาคืนดี

จากการพูดคุยในช่วงแรก หมอดูอ้างว่าสามีของเธอถูกทำคุณไสย และแนะนำให้ทำพิธีเสริมดวง รวมถึงโอนเงินเข้าบัญชีตามที่กำหนดเพื่อแก้เคราะห์และผูกดวงชะตา โดยมีการข่มขู่ว่าหากไม่ดำเนินการตามพิธี อาจส่งผลเสียต่อชีวิตและครอบครัว

หลังจากนั้น ผู้เสียหายยอมโอนเงินหลายครั้งเพื่อใช้เป็นค่าประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ รวมถึงได้รับสิ่งของที่อ้างว่าเป็นวัตถุมงคลส่งมาจากประเทศไทย โดยเชื่อว่าพิธีดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาชีวิตคู่ได้

ตลอดระยะเวลาหลายปี มีการโอนเงินจำนวนมากเป็นหลักแสนบาทต่อครั้ง รวมแล้วนับร้อยครั้ง ส่งผลให้สูญเสียเงินสะสมกว่า 30 ล้านบาท และต้องแบกรับภาระหนี้สินจำนวนมาก ขณะที่ผลลัพธ์ตามที่ได้รับการรับประกันกลับไม่เกิดขึ้นจริง

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อผู้เสียหายต้องดำเนินการต่ออายุเอกสารประจำตัวในฮ่องกง จึงเริ่มทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดและเชื่อว่าตนเองอาจถูกหลอกลวง ก่อนตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อแจ้งความดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายยังอ้างเพิ่มเติมว่า ระหว่างติดตามความคืบหน้าของคดี ได้มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการดำเนินการหลายครั้ง รวมมูลค่านับแสนบาท แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้าตามที่คาดหวัง จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนต่อเพจสายไหมต้องรอดเพื่อขอความช่วยเหลือ

ด้านตัวแทนเพจสายไหมต้องรอดระบุว่า คดีดังกล่าวมีหลักฐานการโอนเงินจำนวนมากที่สามารถตรวจสอบได้ พร้อมเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ทั้งในส่วนของผู้ถูกกล่าวหาและประเด็นการเรียกรับเงินในการดำเนินคดี เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องรอผลการสืบสวนอย่างเป็นทางการต่อไป