
ตำรวจสนธิกำลังทลาย “เครือข่าย นอมินีต่างด้าว” แก๊งรัสเซียฮุบบ้านหรูพัทยา
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมที่ดิน กว่า 200 นาย เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 4” ปูพรมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 44 จุด (บริษัทเป้าหมาย 33 แห่ง) ในจังหวัดชลบุรี โดยมีมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 235 ล้านบาท

ใช้ช่องโหว่กฎหมายจ้างคนไทยถือหุ้น 51%
เป้าหมายสำคัญของปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ที่หมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มทุนต่างชาติ (โดยเฉพาะชาวรัสเซีย) ที่ใช้วิธีการจดทะเบียนนิติบุคคลบังหน้า โดยจ้างนักบัญชีหรือทนายความชาวไทยให้ถือหุ้น 51% และชาวต่างชาติถือหุ้น 49% เพื่อให้สามารถกว้านซื้อและถือครองอสังหาริมทรัพย์ในไทยได้
จากการสอบปากคำชาวต่างชาติที่เป็นเจ้าของบ้านตัวจริง ยอมรับว่า ตนเองไม่รู้จักคนไทยที่มีชื่อถือหุ้น 51% ในบริษัทเลย และยังพบว่ามีการนำบ้านไปประกาศขายและให้เช่าผ่านเว็บไซต์ในรัสเซีย โดยโฆษณาอย่างเปิดเผยว่าเป็น “หมู่บ้านชาวรัสเซีย”

ขยายผลยึดบ้านหรู 775 หลัง ฟันคนไทยรับจ้างเป็นนอมินี
การสืบสวนเชิงลึกพบว่า เครือข่ายนี้มีการจัดตั้งบริษัทถือครองบ้านเดี่ยวในโครงการ “ส. พัทยา” จำนวน 6 โครงการ รวมประมาณ 775 หลัง มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ผ่านนิติบุคคลกว่า 495 บริษัท ซึ่ง 435 บริษัทเข้าข่ายเป็นนิติบุคคลต่างด้าว
เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการทางกฎหมาย ดังนี้:
- ดำเนินคดีคนไทย: พบคนทำบัญชี 2 ราย รับจ้างเป็นนอมินีถือหุ้นรวมกันกว่า 186 บริษัท มูลค่าความเชื่อมโยงกว่า 216 ล้านบาท
- ออกหมายเรียกต่างชาติ: ดำเนินคดีกับกลุ่มชาวต่างชาติ 33 ราย ที่มีชื่อถือหุ้นในบริษัทซื้อบ้าน ในความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และประมวลกฎหมายที่ดิน
พล.ต.อ.สำราญ ยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงต้อนรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติเสมอ แต่บริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายจะต้องให้คำแนะนำและดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายไทยอย่างถูกต้องเท่านั้น

