
ไรเดอร์แฉบริษัทจีน เบื้องหลังคอนเทนต์ “ดราม่าสู้ชีวิต” ถูก บ.จีน จ้างจัดฉาก ก่อนเชิดช่อง TikTok หนี
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ เมื่อ น.ส.ฉันทิศา อายุ 19 ปี อดีตไรเดอร์ส่งอาหารและอินฟลูเอนเซอร์สายสู้ชีวิต ได้ออกมาเปิดเผยเบื้องหลังสุดช็อกเกี่ยวกับการร่วมงานกับบริษัทผลิตคอนเทนต์ของชาวจีน ที่อยู่เบื้องหลังการจัดฉากคอนเทนต์ดราม่าเรียกกระแสความสงสาร ก่อนจะเกิดปัญหาขัดแย้งและถูกยึดช่อง TikTok ที่มีผู้ติดตามจำนวนมากไปในที่สุด
จุดเริ่มต้นจากคลิปไวรัล สู่การเซ็นสัญญาจ้าง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงเดือนเมษายน 2569 คลิปที่ครอบครัวไรเดอร์ถูกหญิงชาวจีนโยนเงินใส่กลายเป็นไวรัล ทำให้ยอดผู้ติดตามใน TikTok พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นได้มีบริษัทรับผลิตคอนเทนต์แห่งหนึ่งติดต่อเข้ามาเพื่อชักชวนร่วมงาน
- ตกลงร่วมงาน: วันที่ 21 เม.ย. ทั้งคู่ได้พบกับชายชาวจีนที่อ้างเป็นเจ้าของบริษัท พร้อมทีมงาน โดยมีการเสนอให้ทำคอนเทนต์แนว “ครอบครัวสู้ชีวิต” ให้ค่าตอบแทนคลิปละ 1,000 บาท ซึ่งบริษัทจะเป็นผู้คิดสคริปต์ จัดฉาก และคุมการถ่ายทำทั้งหมด
- เซ็นสัญญาระยะยาว: ต่อมาวันที่ 4 พ.ค. บริษัทได้เปลี่ยนรูปแบบการจ้างงานเป็นเงินเดือนรวม 20,000 บาท/เดือน ภายใต้สัญญา 3 ปี
จุดแตกหัก “ขายหมูปิ้ง VS ขายไก่ทอด”
ความขัดแย้งเริ่มขึ้นเมื่อบริษัทบังคับให้ทั้งคู่ทำคอนเทนต์เปิดร้านขาย “หมูปิ้ง” โดยบริษัทเป็นผู้ออกทุนให้ แต่ทาง น.ส.ฉันทิศา มีความถนัดและอยากขาย “ไก่ทอด” มากกว่า ทว่าบริษัทปฏิเสธการสนับสนุนทุนหากจะเปลี่ยนไปขายไก่ทอด
จนกระทั่งวันที่ 22 พ.ค. น.ส.ฉันทิศา ได้โพสต์ลง TikTok ว่ากำลังจะเปิดร้านขายไก่ทอดเอง ทำให้บริษัทไม่พอใจอย่างหนัก กล่าวหาว่าทำผิดสัญญา จึงแจ้งยกเลิกการร่วมงานและสั่งให้ลบคลิปทั้งหมดทันที
โดนยึดช่อง TikTok – หวั่นถูกนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย
หลังจากยินยอมลบคลิปและคืนโทรศัพท์มือถือ (iPhone 14) ที่บริษัทให้ยืมสำหรับถ่ายคอนเทนต์ ปรากฏว่าบัญชี TikTok ของทั้งคู่กลับถูกพยายามเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกไว้ และถูกเปลี่ยนรหัสผ่านโดยผู้ใช้งานชื่อภาษาจีน ทำให้ไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้อีกเลย
เมื่อพยายามติดต่อขอช่องคืนโดยยินยอมไม่รับเงินเดือน กลับถูกเพิกเฉยและส่งเบอร์โทรศัพท์ที่อ้างว่าเป็นของตำรวจมาให้แทน ซึ่ง น.ส.ฉันทิศา กังวลอย่างมากว่าช่อง TikTok ที่มียอดผู้ติดตามสูงนี้ อาจถูกนำไปใช้โปรโมตสิ่งผิดกฎหมาย เช่น เว็บพนันออนไลน์
“หนูรู้สึกเสียใจและอยากขอโทษสังคม คอนเทนต์ทั้งหมดที่เคยเผยแพร่เป็นสคริปต์ที่บริษัทกำหนดให้ทั้งหมด ไม่ได้คิดเอง ที่ทำไปเพราะต้องการหารายได้เลี้ยงครอบครัว อยากฝากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ระวังเบื้องหลังของคอนเทนต์เรียกความสงสารบนโลกออนไลน์” น.ส.ฉันทิศา กล่าวทิ้งท้าย