โจรกรรมคริปโต ตำรวจโคกครามรวบ 8 ผู้ต้องหา วางแผนชิงเงินสดนักธุรกิจชาวจีนเกือบ 2 แสนบาท

โจรกรรมคริปโต

โจรกรรมคริปโต ตำรวจรวบ 8 ผู้ต้องหา หลังหลอกแลกเงินดิจิทัลก่อนชิงทรัพย์

เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลโคกคราม สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 8 ราย หลังร่วมกันก่อเหตุวางแผนหลอกแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลกับนักธุรกิจชาวจีน ก่อนลงมือชิงเงินสดจำนวนเกือบ 200,000 บาท และทรัพย์สินอื่นหลบหนีไป

ปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและพยานแวดล้อม จนนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับและเข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

จากการตรวจค้นสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้หลายราย พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุจำนวน 6 คัน เงินสดบางส่วน และเสื้อผ้าที่ใช้ในวันเกิดเหตุ

นัดแลกเงินคริปโต ก่อนถูกชิงเงินสดกลางร้านกาแฟ

จากการสอบสวนพบว่า ผู้เสียหายเป็นชาวจีนซึ่งประกอบอาชีพด้านการค้าจิวเวลรี่ ได้ติดต่อแลกเปลี่ยนเงินสดเป็นสกุลเงินดิจิทัลผ่านช่องทางออนไลน์

เมื่อทั้งสองฝ่ายนัดพบกันที่ร้านกาแฟภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ผู้เสียหายได้ส่งมอบเงินสดจำนวน 196,000 บาทให้กับผู้ก่อเหตุเพื่อดำเนินการแลกเปลี่ยนคริปโตตามที่ตกลงกันไว้

อย่างไรก็ตาม หลังรับเงิน ผู้ก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่เตรียมไว้ ขณะที่ผู้เสียหายพยายามติดตามและยื้อแย่งเงินคืน จนเกิดความชุลมุนและโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายสูญหายไปด้วย

วางแผนเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่ชัดเจน

เจ้าหน้าที่สืบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าผู้ต้องหามีการวางแผนล่วงหน้าและเดินทางมายังจุดเกิดเหตุเป็นกลุ่ม โดยใช้รถจักรยานยนต์หลายคันในการสนับสนุนการหลบหนี

จากคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาบางรายประกอบอาชีพรับส่งอาหารและรับส่งพัสดุ ขณะที่บางคนไม่มีงานประจำ โดยมีการโพสต์ข้อความรับแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนนัดหมายผู้เสียหายมายังสถานที่เกิดเหตุ

หลังจากก่อเหตุสำเร็จ กลุ่มผู้ต้องหาได้แบ่งเงินที่ได้มาตามบทบาทและหน้าที่ของแต่ละคนที่ร่วมวางแผน

ตำรวจเร่งล่าผู้ร่วมก่อเหตุที่ยังหลบหนี

แม้เจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 8 ราย แต่ยังคงเหลือผู้ร่วมขบวนการอีก 1 รายที่เดินทางออกนอกพื้นที่ก่อนการเข้าตรวจค้น

ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี พร้อมขยายผลตรวจสอบว่ากลุ่มดังกล่าวเคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาก่อนหรือไม่

เจ้าหน้าที่เตือนประชาชนที่ต้องการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล ควรใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตและมีระบบรักษาความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือ เพื่อลดความเสี่ยงจากการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว