เจนนี่ได้หมดถ้าสดชื่น เปิดใจจ่ายภาษี 100 ล้าน พร้อมเผยประสบการณ์ตรวจพบเชื้อ HPV จนเครียดหนัก

เจนนี่ได้หมดถ้าสดชื่น

เจนนี่ได้หมดถ้าสดชื่น เคลียร์ชัดจ่ายภาษี 100 ล้าน พร้อมเปิดใจเรื่องสุขภาพ

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์ เมื่อ “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ออกมาเปิดเผยเรื่องการชำระภาษีประจำปี พร้อมยืนยันว่ามีการจ่ายภาษีเป็นจำนวนเงินสูงถึง 100 ล้านบาท หลังจากถูกตั้งคำถามจากชาวเน็ตบางส่วนเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว

นักร้องและนักธุรกิจสาวเผยว่า ตัวเลขภาษีที่เกิดขึ้นมาจากรายได้ของธุรกิจและการไลฟ์ขายสินค้าตลอดช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสามารถสร้างยอดขายจำนวนมากจนกลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ โดยยืนยันว่าดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมายและทำหน้าที่พลเมืองอย่างถูกต้อง

แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างต่อเนื่อง แต่เธอมองว่าไม่สามารถทำให้ทุกคนเชื่อหรือพอใจได้ จึงเลือกโฟกัสกับคนที่ให้กำลังใจและสนับสนุนมากกว่า

รายได้ธุรกิจเติบโต ดันยอดภาษีพุ่งหลักร้อยล้าน

เจนนี่เปิดเผยว่า รายได้ส่วนใหญ่เกิดจากกิจกรรมทางธุรกิจ โดยเฉพาะการไลฟ์ขายสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

การจัดกิจกรรมไลฟ์ขนาดใหญ่ที่มีบุคคลในวงการบันเทิงเข้าร่วมจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาล และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาระภาษีเพิ่มสูงขึ้นตามรายได้ที่เกิดขึ้นจริง

เธอย้ำว่าการชำระภาษีเป็นหน้าที่ของทุกคน และพร้อมปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

เปิดใจเคยร้องไห้หนัก หลังตรวจพบเชื้อ HPV

นอกจากประเด็นเรื่องภาษีแล้ว เจนนี่ยังเปิดใจถึงเรื่องสุขภาพที่เคยสร้างความกังวลให้กับตนเองอย่างมาก หลังตรวจพบเชื้อ HPV ซึ่งเป็นเชื้อที่อาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของโรคมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง

เธอเล่าว่าในช่วงแรกที่ทราบผลตรวจ รู้สึกตกใจและเครียดอย่างหนัก เนื่องจากครอบครัวมีประวัติเกี่ยวกับโรคมะเร็ง ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอนาคตและสุขภาพของตนเอง

อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้าพบแพทย์และได้รับข้อมูลทางการแพทย์อย่างถูกต้อง ก็ทำให้คลายความกังวลลง เนื่องจากการตรวจพบเชื้อไม่ได้หมายความว่าจะพัฒนาเป็นโรคร้ายทันที แต่ต้องอาศัยหลายปัจจัยร่วมกัน

ฝากเตือนผู้หญิงตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ

ปัจจุบันเจนนี่ยังคงติดตามอาการและดูแลสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง พร้อมฝากถึงผู้หญิงทุกคนให้ให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพประจำปี

เธอมองว่าการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยเพิ่มโอกาสในการดูแลรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงของโรคร้ายในอนาคต

ทั้งนี้ ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เธอหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และต้องการใช้เรื่องราวของตนเองเป็นอีกหนึ่งแรงกระตุ้นให้ผู้หญิงไทยหมั่นตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัยของตนเอง