ตำรวจกองปราบปรามจับกุม นายสถิต อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ได้ที่ลานจอดรถของเรสซิเดนซ์แห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ หลังหลบหนีคดีรุมทำร้ายหญิงวัย 45 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
คุกไม่เข็ด! รวบอดีตตำรวจ เพิ่งพ้นโทษอุ้มรีด 1 ล้าน ย่ามใจหนีคดีพยายามฆ่า เคยอุ้มเศรษฐี 28 ล้าน

เหตุรุมทำร้ายในลานจอดรถ
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ขณะ น.ส.บุญลักษณ์ อายุ 45 ปี เดินทางกลับที่พักในพื้นที่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อมาถึงลานจอดรถของเรสซิเดนซ์ ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์เข้ารุมทำร้ายอย่างรุนแรง ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บหนัก โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน
หลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต รวบรวมหลักฐานจนขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงนายสถิต ก่อนสืบทราบว่าหลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามจนพบตัวและเข้าจับกุม
พบประวัติเคยเป็นตำรวจ ก่อนถูกไล่ออกจากราชการ
จากการตรวจสอบพบว่า นายสถิตเคยรับราชการตำรวจยศ ส.ต.ต. สังกัดกองกำกับการ 3 แต่มีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีอุ้มเรียกค่าไถ่หลายคดี จนถูกไล่ออกจากราชการ
หนึ่งในคดีสำคัญเกิดขึ้นเมื่อปี 2550 นายสถิตกับพวกเคยก่อเหตุอุ้มเศรษฐีชาวต่างชาติ เจ้าของธุรกิจค้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา ไปกักขังเพื่อเรียกค่าไถ่ 28 ล้านบาท ก่อนตำรวจจะบุกช่วยเหลือผู้เสียหายได้อย่างปลอดภัย โดยศาลมีคำพิพากษาจำคุกนายสถิต 13 ปี
เคยก่อคดีอุ้มนักธุรกิจในปทุมธานี
ต่อมาในปี 2559 นายสถิตยังร่วมกับพวกบุกค้นบ้านนักธุรกิจสะสมพระเครื่องใน จ.ปทุมธานี โดยอ้างว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก่อนยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท และพาตัวไปกักขังในบ้านพักย่านบางนา เพื่อบังคับให้โอนเงินเพิ่มอีก 1 ล้านบาท ภายหลังถูกจับกุมพร้อมของกลางทองคำหลายรายการ และถูกศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน
เจ้าตัวรับรู้จักผู้เสียหาย แต่ปฏิเสธลงมือทำร้าย
จากการสอบสวน นายสถิตให้การว่า หลังพ้นโทษได้เดินทางไปทำงานที่ จ.ภูเก็ต โดยรับงานติดตามทวงหนี้และเป็นการ์ดดูแลสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ก่อนเกิดเหตุมีเพื่อนมาบอกว่าผู้เสียหายไปเกี่ยวข้องกับแฟนสาวของเพื่อน ตนรู้จักผู้เสียหายและทราบว่าพักอยู่ที่ไหน จึงบอกให้เพื่อนไปจัดการเอง
นายสถิตอ้างว่า ในวันเกิดเหตุไม่ได้ร่วมลงมือทำร้ายผู้เสียหาย แต่เมื่อทราบว่าถูกแจ้งความดำเนินคดี จึงหลบหนีมากบดานในกรุงเทพฯ กระทั่งถูกกองปราบปรามติดตามจับกุมได้ในที่สุด ก่อนนำตัวส่ง สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป