วันที่ 21 เมษายน 2569 ร.ต.ท.ปริญ ประเสริฐ พนักงานสอบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ถูกรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ทับ จนมีผู้เสียชีวิต บริเวณภายในซอยวัดแหลมฟ้าผ่า หมู่ 3 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรจากโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
เศร้าก่อนถึงบ้านแม่ รปภ.วัย 63 ขี่จยย.เสียหลัก มุด 18 ล้อเสียชีวิต กลางถนน

สภาพจุดเกิดเหตุ พบรถล้มกลางถนน ร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใกล้กัน
บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นถนน 4 เลน รถวิ่งสวนทางกัน กลางถนนพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า PCX สีเทา ทะเบียน 7 ข จ 9704 กรุงเทพมหานคร ล้มคว่ำอยู่ในสภาพด้านหน้าพังเสียหายอย่างหนัก ใกล้กันพบร่างนายสำเริง อายุ 63 ปี นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่บนถนน ท่ามกลางกองเลือด โดยบริเวณศีรษะมีบาดแผลฉกรรจ์ สวมเสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงินอมม่วง กางเกงขายาวสีดำ และรองเท้าแตะ
รถพ่วง 18 ล้อจอดห่างออกไป คนขับยืนรอให้การตำรวจ
ห่างจากจุดที่พบผู้เสียชีวิตไปเล็กน้อย พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียนหัวพ่วง 70-4207 ประจวบคีรีขันธ์ และทะเบียนท้ายพ่วง 70-6451 ประจวบคีรีขันธ์ ที่เกิดเหตุมี น.ส.จินตนา อายุ 36 ปี คนขับรถบรรทุกพ่วง ยืนรอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
คนขับพ่วงเผย เห็นจยย.วิ่งสวนมาด้วยความเร็ว ก่อนเฉี่ยวรถข้างทางแล้วพุ่งเข้าหารถ
จากการสอบถาม น.ส.จินตนา ให้การด้วยสีหน้าเศร้าและร้องไห้ตลอดเวลาว่า ตนขับรถมาจากท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อนำผ้าม้วนมาส่งให้โรงงานภายในซอยวัดแหลมฟ้าผ่า หลังส่งของเสร็จกำลังขับรถกลับไปที่ท่าเรือแหลมฉบัง ก่อนหน้านั้นได้แวะซื้อข้าวที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ปากซอยร่วมพัฒนา ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร ระหว่างขับรถมาตามเลน เห็นรถจักรยานยนต์วิ่งสวนมาด้วยความเร็ว จากนั้นรถคันดังกล่าวไปเฉี่ยวกับกระจกรถที่จอดอยู่ริมทาง ก่อนจะเสียหลักพุ่งเข้ามาทางรถบรรทุก และถูกล้อหลังทับอย่างแรง จนคนขี่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

พยานในพื้นที่ได้ยินเสียงดังสนั่น ก่อนออกมาพบรถล้มและคนขี่นอนแน่นิ่ง
นายโลม มะลิแย้ม อายุ 51 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะนั่งอยู่ในบ้านได้ยินเสียงคล้ายรถล้มดังขึ้นอย่างแรง เมื่อออกมาดูพบรถจักรยานยนต์ล้มอยู่บนถนน และเห็นผู้ขี่นอนคว่ำหน้านิ่งอยู่กับพื้น นอกจากนี้ยังเห็นรถพ่วง 18 ล้อจอดอยู่ในจุดเกิดเหตุ รวมถึงมีรถกระบะจอดชิดขอบทางด้านซ้าย และมีรถกระบะขนาดใหญ่อีกคันจอดลงของอยู่ ก่อนที่รถคันดังกล่าวจะรีบขับออกไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว
น้องสาวเผย ผู้ตายกำลังจะถึงบ้านแม่อยู่แล้ว เหลืออีกแค่ 100 เมตร
นางชุติกาญจน์ อายุ 59 ปี น้องสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ผู้ตายพักอาศัยอยู่เพียงลำพังในหมู่บ้านเอื้ออาทร ภายในซอยหมอบาง ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว เพื่อจะมาหาแม่ที่บ้าน แต่เหลือระยะทางอีกเพียงประมาณ 100 เมตรก็จะถึงบ้านแล้ว ทว่ากลับมาเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน

เจ้าของรถที่ถูกเกี่ยวกระจกยืนยัน รถจยย.ชนกระจกรถก่อนเสียหลัก
ด้านนายพัสกร อายุ 35 ปี เจ้าของร้านดอกไม้ ซึ่งเป็นเจ้าของรถอีกคันที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เล่าว่า ตนเพิ่งขับรถไปรับสินค้ามา และนำมาจอดไว้หน้าร้าน ก่อนจะขนของเข้าไปเก็บด้านใน ระหว่างนั้นได้ยินเสียงคล้ายของแข็งกระแทกพื้น จึงรีบออกมาดู พบรถจักรยานยนต์ล้มอยู่บนถนน และเห็นรถพ่วงจอดอยู่ไม่ไกล จึงเข้าไปตรวจสอบ ก่อนพบว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้เฉี่ยวกระจกของรถตนเอง จนเสียหลักไปชนรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ และถูกรถทับเสียชีวิตในที่สุด
ตำรวจเก็บหลักฐาน ก่อนเชิญผู้เกี่ยวข้องสอบปากคำเพิ่มเติม
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนมอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวชเพื่อชันสูตรอย่างละเอียด ขณะเดียวกันได้เชิญตัวคนขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ รวมถึงคนขับรถยนต์กระบะที่เกี่ยวข้อง ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป