
ลูกหมี รัศมี ชนะคดี! ศาลสั่งจำคุก ปู มัณฑณา จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2569 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง มีการนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ1446/2568 ซึ่งเป็นคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการบันเทิง โดย น.ส.รัศมี ทองสิริไพศรี หรือ ลูกหมี นางแบบและครูสอนเดินแบบชื่อดัง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางมัณฑณา หิมะทองคำ หรือ ปู มัณฑณา อดีตนักแสดง ในความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานและหมิ่นประมาท
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2568 ฝ่ายจำเลย (ปู มัณฑณา) ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ กล่าวหาว่า ลูกหมี รัศมี เป็นนายทุนเงินกู้ที่เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด (ร้อยละ 15 ต่อ 3 เดือน) จากยอดเงิน 2 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายโจทก์ยืนยันมาตลอดว่าเงินดังกล่าวไม่ใช่การปล่อยกู้แต่เป็นการร่วมลงทุนทางธุรกิจ
พลิกคดีจากหลักฐานแชตไลน์ ชี้ชัดเป็นการ “ร่วมลงทุน”
ศาลได้พิเคราะห์จากพยานหลักฐาน โดยเฉพาะ บันทึกการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งปรากฏข้อความชัดเจนว่า:
- จำเลยเป็นฝ่ายชักชวนโจทก์ให้มาร่วมลงทุน
- มีการระบุถึง “ผลกำไร” ที่จะได้รับในแต่ละครั้ง
- จำเลยให้โจทก์หักกำไรไว้ก่อนที่จะทำการโอนเงิน
จากหลักฐานทั้งหมด ศาลจึงรับฟังได้ว่า โจทก์โอนเงินให้จำเลยเพื่อการลงทุน ไม่ใช่การกู้ยืมเงิน การที่จำเลยไปแจ้งความว่าโจทก์ทำผิด พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราฯจึงเป็นการนำความเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงาน เพื่อเจตนากลั่นแกล้งให้โจทก์ต้องรับโทษทางอาญา และยังถือเป็นการหมิ่นประมาททำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง
พิพากษาจำคุก 2 ปี ให้นับโทษต่อจากคดีฉ้อโกงเดิม
ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173, 174 วรรคสอง และ 326 ซึ่งเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษบทหนักที่สุดคือ จำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา
นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้นับโทษจำคุกในคดีนี้ ต่อจากโทษในคดีอาญาเดิม (คดีหมายเลขแดงที่ อ2313/2568 ของศาลแขวงพระนครใต้) ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลได้พิพากษาจำคุก ปู มัณฑณา 2 ปี ไม่รอลงอาญา ในคดีฉ้อโกงมาแล้ว
ลูกหมี โล่งใจพ้นมลทิน “นายทุนเงินกู้”
ทางด้าน ทนายกุ้ง ทนายความของลูกหมี รัศมี เปิดเผยว่าหลักฐานแชตไลน์มัดตัวแน่นหนาว่าจำเลยทราบดีอยู่แล้วว่าไม่ใช่การกู้เงิน แต่ยังเจตนาใส่ร้ายโจทก์ วันนี้ทางฝั่งตนไม่ได้คัดค้านการประกันตัวหากจำเลยมีหลักทรัพย์ก็สามารถยื่นประกันตัวตามขั้นตอนของศาลได้
ขณะที่ ลูกหมี รัศมี ได้ให้สัมภาษณ์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า รู้สึกดีใจและสบายใจมากที่ในที่สุดก็พ้นมลทินจากข้อหาการเป็นนายทุนปล่อยเงินกู้เสียที เพราะข้อหานี้ไม่เป็นความจริงตนประกอบอาชีพสุจริตเป็นครูสอนเดินแบบมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ตนคาดว่าทางฝั่งคู่กรณีเตรียมที่จะยื่นอุทธรณ์เพื่อสู้คดีต่อไปอย่างแน่นอน