
สรรพสามิตจันทบุรีสกัดจับ บุหรี่เถื่อน ยึดของกลางเกือบ 3,000 ซอง
เจ้าหน้าที่สรรพสามิตจังหวัดจันทบุรีเปิดปฏิบัติการเชิงรุกปราบปรามสินค้าหลีกเลี่ยงภาษี สามารถจับกุมการลักลอบขนล็อตใหญ่พร้อมผู้ต้องหาได้ขณะกำลังลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยพบของกลางซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจำนวนเกือบ 3,000 ซอง
ผู้ต้องหารับสารภาพ รับจ้างขนจากชายแดนเข้ากรุงเทพฯ ค่าจ้างเที่ยวละ 3,000 บาท
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 นางสุภาพร วัฒนเจริญ สรรพสามิตพื้นที่จันทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปราม ร่วมกันแถลงผลการจับกุม หลังได้รับข้อมูลว่ามีการลักลอบขนบุหรี่จากพื้นที่ชายแดนอำเภอโป่งน้ำร้อน เพื่อส่งต่อไปจำหน่ายในกรุงเทพมหานคร จึงวางกำลังเฝ้าระวังและสกัดจับตามเส้นทางเป้าหมาย
กระทั่งพบรถยนต์เก๋งต้องสงสัยขับเข้ามาบริเวณสี่แยกเกาะรงค์ มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองจันทบุรี เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบถุงพลาสติกสีดำจำนวนมากบรรจุซุกซ่อนอยู่ภายในกระโปรงท้ายรถ โดยมีการถอดยางอะไหล่ออกเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสินค้า
จากการตรวจสอบพบจำนวน 2,990 ซอง มีนายสรรติ อายุ 50 ปี เป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว ซึ่งให้การรับสารภาพว่าได้รับว่าจ้างให้ลำเลียงสินค้าจากพื้นที่ชายแดนไปส่งยังกรุงเทพมหานคร โดยได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 3,000 บาท และเคยทำมาแล้ว 2 ครั้ง
เจ้าหน้าที่ประเมินมูลค่าของกลางทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 269,100 บาท คิดเป็นภาษีสรรพสามิตกว่า 171,652.40 บาท อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมโทษปรับตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ผู้ต้องหาจะต้องรับผิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,574,786 บาท
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ต่อไป
ทั้งนี้ จากการสืบสวนพบว่าบุหรี่ล็อตดังกล่าวมีเป้าหมายกระจายเข้าสู่ตลาดในกรุงเทพมหานคร โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นและแรงงานรายได้ปานกลาง ขณะที่กรมสรรพสามิตยืนยันเดินหน้าปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษีอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายและรักษาผลประโยชน์ของภาครัฐ