
เปิดเส้นทาง Unseen “นารายณ์บรรทมสินธุ์ใต้น้ำ” แห่งเดียวในไทย ดันท่องเที่ยวอุบลฯ
เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2569 กองทัพภาคที่ 2 นำโดย พล.ท.วีรยุทธ รักษศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้นำคณะร่วมสำรวจและเปิดเส้นทางลาดตระเวนและศึกษาธรรมชาติ เริ่มต้นจากฐานพระใหญ่ กรมทหารพรานที่ 23 บริเวณสำนักสงฆ์ภูวังน้ำจั้น
การสำรวจครั้งนี้ได้ใช้เส้นทางดั้งเดิมที่ชาวบ้านแข้ด่อน อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เคยใช้เดินทางขึ้นไปสักการะ “นารายณ์บรรทมสินธุ์ใต้น้ำ” ซึ่งถือเป็นภาพแกะสลักใต้น้ำเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์อย่างยั่งยืนในอนาคต

ประวัติการค้นพบสุดอัศจรรย์ อายุกว่า 1,000 ปี
ภาพสลักนูนต่ำ “พระนารายณ์บรรทมสินธุ์” บนโขดหินทรายธรรมชาตินี้ ถูกค้นพบโดยความบังเอิญเมื่อปี พ.ศ. 2522 โดยนายพรานในพื้นที่หมู่บ้านแข้ด่อน ที่ออกไปหาปลาเพื่อยังชีพและได้สังเกตเห็นภาพแกะสลักซ่อนอยู่ใต้น้ำบริเวณลำธาร
จากการตรวจสอบทางโบราณคดี พบรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้:
- ลักษณะภาพสลัก: เป็นภาพพระนารายณ์บรรทมตะแคงขวาเหนือพญาอนันตนาคราชสามเศียร บริเวณพระนาภี (สะดือ) มีดอกบัวตูมผุดขึ้นมา และบริเวณปลายพระบาทปรากฏรูปสตรี สันนิษฐานว่าเป็น “พระลักษมี”
- ขนาด: ตัวภาพมีความยาวประมาณ 120 เซนติเมตร และสูง 50 เซนติเมตร
- อายุ: นักโบราณคดีเชื่อว่ามีอายุเก่าแก่มากกว่า 1,000 ปี

ผลักดันสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์-สร้างรายได้ชุมชน
ปัจจุบัน ภาพสลักอันทรงคุณค่านี้อยู่ภายใต้การดูแลร่วมกันระหว่าง สำนักศิลปากรที่ 9 และอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย โดยตั้งอยู่ในพื้นที่เทือกเขาพนมดงรัก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
ภายหลังเหตุการณ์ปะทะในพื้นที่สงบลง กองพลพัฒนาที่ 2 และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ได้เริ่มดำเนินการพัฒนาเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมต่อถนนสายหลัก เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ยังมีแผนส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและโบราณวัตถุ เพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านอย่างยั่งยืน โดยในทุกๆ ปี จะมีการจัดพิธีบวงสรวง “นารายณ์บรรทมสินธุ์” ขึ้นในช่วงน้ำลด (ต้นเดือนมีนาคม) ซึ่งถือเป็นงานประเพณีสำคัญที่ดึงดูดผู้มีจิตศรัทธาจากทั่วประเทศให้มาร่วมงาน