
รฟท. จับกุมคนตัดสายเคเบิล รถไฟ ในพื้นที่สระบุรี
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า สามารถจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 4 ราย ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบขุดและตัดสายเคเบิลสื่อสารของทางรถไฟในพื้นที่จังหวัดสระบุรีได้สำเร็จ หลังได้รับความร่วมมือจากประชาชน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจในการแจ้งเบาะแสและติดตามตัวผู้กระทำผิด
เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 โดยมีพลเมืองดีพบเห็นกลุ่มบุคคลต้องสงสัยกำลังก่อเหตุลักลอบขุดและตัดสายเคเบิลสื่อสารของการรถไฟฯ บริเวณระหว่างสถานีบุใหญ่ – บ้านไผ่นาบุญ จังหวัดสระบุรี ก่อนแจ้งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

เบาะแสจากชุมชนนำสู่การจับกุมผู้ต้องหา
ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 ตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ได้แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จนนำไปสู่การสืบสวนและเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ
เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และเตรียมนำตัวผู้ต้องหาส่งดำเนินคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้องต่อไป
ปัญหาลักตัดสายเคเบิลรถไฟกระทบความปลอดภัยการเดินรถ
รฟท. ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดเหตุลักทรัพย์ทรัพย์สินของทางรถไฟอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลักตัดสายเคเบิลและอุปกรณ์ระบบอาณัติสัญญาณในพื้นที่เส้นทางรถไฟช่วงองครักษ์ – แก่งคอย – มาบกะเบา
ส่งผลเสียต่อระบบเดินรถและทรัพย์สินของรัฐ
การกระทำดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของภาครัฐเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการเดินรถ ความปลอดภัยของผู้โดยสาร และประสิทธิภาพของระบบขนส่งทางรางโดยรวม
การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการลักทรัพย์ในพื้นที่ทางรถไฟอย่างเข้มงวด เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยของระบบคมนาคมของประเทศ

รฟท. ขอความร่วมมือประชาชนร่วมเฝ้าระวัง
การรถไฟแห่งประเทศไทยขอขอบคุณประชาชนทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการสอดส่องดูแลทรัพย์สินสาธารณะ และขอความร่วมมือหากพบเห็นบุคคลต้องสงสัย หรือการกระทำที่อาจเข้าข่ายลักลอบขุด ตัด หรือขนย้ายอุปกรณ์ของทางรถไฟ
แจ้งเบาะแสได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยในพื้นที่ ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ทีมพีอาร์ การรถไฟแห่งประเทศไทย” รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจในพื้นที่ เพื่อร่วมกันป้องกันความเสียหายและเสริมสร้างความมั่นคงให้กับระบบขนส่งทางรางของประเทศ