ระทึก! นายกรัฐมนตรี จ่อใช้อำนาจปลัด มท. ระงับเงินเดือน-เพิกถอนบรรจุ 5 พันคน โกงข้อสอบท้องถิ่น

นายกรัฐมนตรี1

เด็ดขาด! นายกรัฐมนตรี สั่งฟัน 5,000 ข้าราชการ โกงสอบท้องถิ่น จ่อระงับเงินเดือน-เพิกถอนบรรจุ

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายก รัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ตรวจสอบพบความผิดปกติในการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยจากการตรวจสอบ 15,000 รายชื่อแรก พบผู้ที่กระดาษคำตอบไม่ตรงกับผลคะแนนที่ประกาศถึงประมาณ 5,000 คน

ซัดพวก “ผีเจาะปาก” ลั่นรัฐบาลไม่มีส่วนร่วมทุจริต

นายก รัฐมนตรีระบุว่า การตรวจพบผู้กระทำผิดกว่า 5,000 คนนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานเป็นกระบวนการเพื่อร่วมกันโกง ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องเข้ามาจัดการ รัฐบาลไม่ได้มีส่วนรู้เห็น หรือสนับสนุนการทุจริตแต่อย่างใด

พร้อมกันนี้ นายกฯ ยังได้ตอบโต้กระแสข่าวลือที่ว่า การที่ตนเคยสั่งยกเลิกการสอบไปก่อนหน้านี้เป็นเพราะ “ยังหาลูกค้าไม่ครบ” โดยระบุอย่างดุเดือดว่า เป็นการพูดของพวก “ผีเจาะปากมาพูด” เพราะความจริงคือต้องการเข้ามาจัดการและรับมือกับขบวนการเหล่านี้ไม่ให้ทำลายหลักฐานหนีรอดไปได้

จ่อใช้อำนาจปลัด มท. ฟันไม่เลี้ยง! ไม่ต้องรอ ป.ป.ช. ชี้มูล

สำหรับคำถามที่ว่า จะจัดการอย่างไรกับข้าราชการทั้ง 5,000 คน ที่ได้รับการบรรจุและรับเงินเดือนไปแล้วนั้น นายอนุทิน ชี้แจงแนวทางดำเนินการอย่างชัดเจน ดังนี้:

  • เพิกถอนการบรรจุและระงับเงินเดือน: หากมีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ว่าทุจริต สามารถใช้อำนาจการบริหารภายในกระทรวง โดยปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ สามารถออกประกาศเพิกถอนการบรรจุ ระงับการจ่ายเงินเดือน และเรียกคืนเงินที่จ่ายไปแล้วได้ทันที โดยไม่ต้องรอศาลหรือ ป.ป.ช. ชี้มูล
  • ดำเนินคดีอาญา: กระทรวงมหาดไทยในฐานะเจ้าทุกข์ จะดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดทางอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
  • ขยายผลตรวจสอบทุกคน: จะมีการขยายผลตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าสอบทั้งหมด 400,000 คน โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ป.ป.ช., ป.ป.ท. และ ดีเอสไอ (DSI) เข้ามาสืบสวนสอบสวนร่วมกัน

ยันไม่กระทบความเชื่อมั่น ลั่น “ไม่เห็นแก่หน้าใคร”

ส่วนกรณีที่มีการบุกค้นบ้านพักข้าราชการระดับสูงในจังหวัดนนทบุรีและพบหลักฐานการแก้ไขคะแนน แต่ผู้ต้องสงสัยหลบหนีไปได้นั้น นายกฯ ระบุว่า คดีทุจริตไม่มีอายุความ หากคิดจะหนีก็คงอยู่ในประเทศไทยไม่ได้อีกต่อไป

ตอนท้าย นายอนุทิน ยืนยันว่า คดีทุจริตครั้งนี้ไม่ทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาล แต่ในทางกลับกัน รัฐบาลเข้ามาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและปราบปรามการทุจริต

“เราไม่เห็นแก่หน้าใครทั้งนั้น และเรารังเกียจในเรื่องพวกนี้… เราถือว่าเป็นทีมเดียวกัน เข้ามาช่วยกันชะล้างความสกปรกให้ออกไปจากระบบ ซึ่งอาจจะไปเจอวงอื่นอีกก็ได้” นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้าย