หัวใจสลาย! ปู่แจ้งจับยายของหลาน ร่วมมือผัวใหม่ย่ำยีเด็ก 13 นานกว่า 2 ปี

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ครอบครัวของเด็กหญิงวัย 13 ปี (นักเรียนชั้น ม.2 ใน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์) นำโดยปู่แท้ ๆ และบิดาซึ่งบวชเป็นพระ ได้ออกมาร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและประสานงานกับ “อ้อ ไพรัตน์” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง เพื่อขอความยุติธรรมและจี้ให้ตำรวจเร่งรัดคดี หลังจากเด็กหญิงถูก นายพุฒิ (อายุ 47 ปี) ซึ่งเป็นสามีใหม่ของยายแท้ ๆ ล่วงละเมิดทางเพศมาเป็นเวลานาน แต่คดีไม่มีความคืบหน้าและถูกผู้ก่อเหตุตามข่มขู่

นรกบนดิน! ผัวใหม่ขืนใจ ยายช่วยซ่อน ปู่แจ้งจับยายของหลาน ทนไม่ไหวพึ่งกฎหมายทวงคืนความยุติธรรม

ปู่แจ้งจับยายของหลาน

พฤติกรรมโหดร้ายและการทารุณกรรมปกปิดความผิด

จากการเปิดเผยพบว่า นายพุฒิซึ่งมีอาชีพเป็นนายฮ้อยขายวัวควาย ได้ใช้กำลังบังคับข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงมาตั้งแต่ปี 2568 ยาวนานเกือบ 2 ปี พร้อมข่มขู่ห้ามนำเรื่องไปบอกใคร ต่อมาเมื่อเด็กทนไม่ไหวและตัดสินใจเล่าเรื่องราวให้ยายแท้ ๆ ฟัง ยายกลับไม่ให้ความช่วยเหลือและเลือกที่จะเข้าข้างสามีใหม่ โดยการใช้เชือกมัดหลานสาวไว้กับเสาบ้านแล้วทุบตีต่อหน้าผู้ก่อเหตุเพื่อระบายความโกรธ นอกจากนี้ ยายยังพาหลานสาวไปฝังยาคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ หวังจะทำลายหลักฐานและปกปิดความผิดร้ายแรงนี้ให้แก่สามีของตนเอง

ปู่แจ้งจับยายของหลาน

การแจ้งความสู้คดีและการขายทรัพย์สินหลบหนี

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2569 เด็กหญิงทนพฤติกรรมทารุณกรรมไม่ไหว จึงหนีไปแจ้งเรื่องกับปู่และอาที่อยู่บ้านอีกหลัง นำไปสู่การเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.กระสัง เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ทว่าเมื่อผู้ก่อเหตุทราบเรื่องกลับบุกมาข่มขู่และพยายามชิงตัวเด็กถึงบ้านปู่ในยามวิกาลติดต่อกันถึง 2 คืน จนปู่ต้องร้องเรียนกับอินฟลูเอนเซอร์เพราะเกรงว่าหลานสาวจะไม่ปลอดภัย ล่าสุดพบว่าบ้านพักของผู้ก่อเหตุถูกปิดล็อกเงียบ โดยชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่ายายและสามีใหม่ได้รีบขายวัวยกคอกเพื่อใช้เป็นทุนในการพากันหลบหนีไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งทางปู่ยืนยันต้องการให้ดำเนินคดีกับยายแท้ ๆ ด้วยในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด

ปู่แจ้งจับยายของหลาน

การออกหมายจับและการเข้าเยียวยาสภาพจิตใจ

ในส่วนของความคืบหน้าทางคดีและการช่วยเหลือ ล่าสุดพนักงานสอบสวน สภ.กระสัง ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถอนุมัติออกหมายจับนายพุฒิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังเร่งประสานฝ่ายสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ (พมจ.) ก็ได้ส่งทีมงานลงพื้นที่เพื่อเข้าเยี่ยมเยียน พร้อมทั้งระดมเจ้าหน้าที่นักจิตวิทยาเข้าดูแลฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กหญิงผู้เสียหายในเบื้องต้นแล้ว