
ยาเสพติด ลอตมหึมาถูกสกัดกลางภาคเหนือ ยึดยาบ้ากว่า 15 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายปกครอง เปิดผลการปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายค้ายารายสำคัญในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้หลายราย พร้อมตรวจยึดยาบ้ากว่า 15.64 ล้านเม็ด และไอซ์อีก 254 กิโลกรัม
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นจากการสืบสวนและตั้งจุดตรวจสกัดในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่ขบวนการค้ายาใช้ลำเลียงยาเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
เจ้าหน้าที่สามารถยึดรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำผิดได้รวม 7 คัน และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมาย
ไล่ล่ารถขนยาบ้าจนพลิกคว่ำ พบของกลางกว่า 5 ล้านเม็ด
หนึ่งในคดีสำคัญเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ หลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่าจะมีการลักลอบขนยาผ่านเส้นทางดังกล่าว
เมื่อพบรถต้องสงสัยและแสดงตัวเข้าตรวจสอบ คนขับได้ขับรถหลบหนี ก่อนเสียหลักพลิกคว่ำระหว่างทาง ส่งผลให้ผู้ขับเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
จากการตรวจค้นพบกระเป๋าเป้จำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในรถ โดยบรรจุยาบ้ารวมประมาณ 5 ล้านเม็ด เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดทั้งหมดเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย
จับกุมกลางเมืองเชียงใหม่ ยึดยาบ้ากว่า 1.5 ล้านเม็ด
อีกคดีเกิดขึ้นในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีการลำเลียงยาจากพื้นที่รอบนอกเข้าสู่เมือง
ผู้ต้องสงสัยพยายามขับรถหลบหนีการตรวจค้น แต่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมได้สำเร็จ ก่อนตรวจพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในรถจำนวนกว่า 1.5 ล้านเม็ด
นอกจากนี้ ยังมีการจับกุมเครือข่ายอื่นเพิ่มเติมในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ ทำให้ยอดของกลางรวมในปฏิบัติการครั้งนี้สูงกว่า 15 ล้านเม็ด
ป.ป.ส. ยืนยันไม่มีการเวียนของกลางกลับสู่ตลาด
ภายหลังมีกระแสข่าวบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับการนำของกลางกลับมาเวียนจำหน่ายหรือใช้ในการจับกุมซ้ำ สำนักงานป้องกันและปราบปรามสารเสพติด ภาค 5 ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การจัดการของกลางทุกขั้นตอนมีระบบตรวจสอบที่เข้มงวด ตั้งแต่การจับกุม การส่งมอบให้พนักงานสอบสวน การตรวจพิสูจน์ และการจัดเก็บในคลังรักษาความปลอดภัย
ทุกกระบวนการต้องมีการตรวจนับ ชั่งน้ำหนัก และบันทึกข้อมูลอย่างละเอียด หากพบข้อมูลไม่ตรงกันจะไม่สามารถส่งมอบของกลางต่อได้
เพิ่มรอบทำลายของกลาง หลังจับกุมได้ต่อเนื่อง
ปัจจุบันการปราบปรามสารเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้จำนวนของกลางที่ตรวจยึดได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากเดิมที่มีการทำลายสารเสพติดปีละหนึ่งครั้ง ปัจจุบันได้เพิ่มเป็นปีละ 3-4 ครั้ง เพื่อรองรับปริมาณของกลางที่เพิ่มสูงขึ้น โดยทุกครั้งจะมีคณะกรรมการร่วมตรวจสอบอย่างเข้มงวดก่อนนำเข้าสู่กระบวนการทำลาย
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าระบบการจัดการของกลางมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และไม่มีช่องทางให้ยาเสพติดของกลางกลับเข้าสู่ตลาดผิดกฎหมายอย่างแน่นอน