
จับมือยิงแท็กซี่จิตอาสาสมุย ตำรวจเร่งปิดคดีตามล่าผู้ต้องหาครบทั้งขบวนการ
คดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่หาดเฉวง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มได้อีก 2 ราย จากคดีที่กลุ่มผู้ก่อเหตุร่วมกันทำร้ายและใช้อาวุธปืนยิงนายศิขรินทร์ หรือ “เฟิร์ส” อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นแท็กซี่จิตอาสาเสียชีวิต เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 24 พฤษภาคม 2569
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 8 ได้รวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและพยานในที่เกิดเหตุ จนนำไปสู่การขอหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งหมด 12 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและการยิงปืนในที่สาธารณะ
ก่อนหน้านี้ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 9 ราย และถูกส่งตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ขณะที่อีก 3 รายได้หลบหนีออกนอกพื้นที่
ล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมนายประกาศิต หรือ “แบงค์” ผู้ต้องหาสำคัญที่ถูกระบุว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังหลบหนีออกจากเกาะสมุย
ในเวลาใกล้เคียงกัน นายสหพล หรือ “สิน” ผู้ต้องหาอีกราย ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหมายจับ ก่อนถูกควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ปมขัดแย้งเริ่มจากปัญหาที่จอดรถ
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การว่า สาเหตุของความขัดแย้งมาจากปัญหาเรื่องการจอดรถในพื้นที่เอกชนที่ใช้สำหรับเก็บค่าจอดรถ โดยมีการโต้เถียงและสะสมความไม่พอใจกันมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง
ฝ่ายผู้ต้องหาอ้างว่า มีการต่อว่ากันหลายครั้ง รวมถึงการโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะท้าทาย จนเกิดความขัดแย้งรุนแรงและมีการนัดหมายเพื่อเคลียร์ปัญหา แต่ไม่สามารถตกลงกันได้
ก่อนเกิดเหตุเพียง 1 วัน มีการเผชิญหน้ากันอีกครั้ง กระทั่งคืนวันเกิดเหตุ นายสินได้เข้าไปพูดคุยกับผู้เสียชีวิต ก่อนเกิดการชุลมุนและบานปลายจนกลายเป็นเหตุร้าย
มือปืนอ้างถูกแทงก่อนตัดสินใจยิง
นายประกาศิต หรือ “แบงค์” ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงนายศิขรินทร์จริง โดยอ้างว่าในระหว่างเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่บริเวณชายโครงด้านขวา ทำให้เกิดความโกรธและตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างรอบด้านตามกระบวนการยุติธรรม
ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 1 รายอยู่ระหว่างติดตามตัว
แม้จะสามารถจับกุมผู้ต้องหาสำคัญได้เพิ่มอีก 2 ราย แต่ขณะนี้ยังเหลือนายธวัชชัย หรือ “แชมป์” ซึ่งยังคงหลบหนีการจับกุม โดยมีรายงานว่าได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอเข้ามอบตัวในเร็ว ๆ นี้
เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรายที่ถูกควบคุมตัวล่าสุด ยืนยันปฏิเสธการเข้าร่วมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ขณะที่พนักงานสอบสวนเตรียมนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งติดตามผู้ต้องหาที่เหลือเพื่อปิดคดีให้ครบถ้วนต่อไป