ดราม่าตะกร้อไทย -มาเลเซีย : เปิดกติกาโลก ‘เหยียบเส้นกลาง’ ฟาวล์จริงหรือ? ทำไมจับผิดแค่ไทย!

ดราม่าตะกร้อไทย

สรุปปม ดราม่าตะกร้อไทย วอล์กเอาต์นัดชิงเวิลด์คัพ 2026

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการกีฬา สำหรับการแข่งขันเซปักตะกร้อชิงแชมป์โลก รายการ ISTAF Sepaktakraw World Cup 2026 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติมาเลเซีย ที่สนามติติวังสา ประเทศมาเลเซีย เมื่อทีมตะกร้อชายชุดของไทยตัดสินใจขอถอนตัวออกจากการแข่งขันกลางคัน

สาเหตุหลักมาจากการทำหน้าที่ของ “มูฮัมหมัด ราดี” ผู้ตัดสินชาวสิงคโปร์ ที่ทีมไทยมองว่ามีการตัดสินค้านสายตาและขาดความยุติธรรมในหลายจังหวะ โดยเฉพาะฟางเส้นสุดท้ายในคู่ที่ 3 เมื่อ “ภูตะวัน” นักกีฬาทีมชาติไทยขึ้นกระโดดฟาดลูก แต่กลับถูกจับฟาวล์ในข้อหา “เหยียบเส้นกลางสนาม” นำมาสู่ความไม่พอใจและการตัดสินใจยุติการแข่งขันของทีมฝั่งไทยเพื่อประท้วงการตัดสิน

เจาะลึกกติกาสหพันธ์ตะกร้อโลก (ISTAF) กรณี “เหยียบเส้นกลางสนาม”

จากจังหวะปัญหาดังกล่าว แฟนกีฬาหลายคนเกิดข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้ว กติกาตะกร้อสากลในปัจจุบันระบุเรื่องการเหยียบเส้นหรือล้ำแดนไว้อย่างไรกันแน่?

ข้อยกเว้นของการล้ำแดนที่ต้องรู้

อ้างอิงจากกฎกติกาการแข่งขันของ สหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) ฉบับปัจจุบัน ในข้อ 11.3.2 ได้ระบุเนื้อหาไว้ชัดเจนว่า:

“Any part of player’s body crossing over into opponent’s court whether above or under the net except during the follow-through.”

แปลความหมายได้ว่า “ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายผู้เล่นล้ำเข้าไปในแดนของคู่ต่อสู้ ไม่ว่าจะอยู่เหนือหรือใต้ตาข่ายก็ตาม ถือว่าฟาวล์ ยกเว้นในจังหวะเคลื่อนไหวต่อเนื่องหลังจากกระโดดฟาด (Follow-through)”

ดังนั้น ในจังหวะที่ “ภูตะวัน” ขึ้นฟาดลูกแล้วมีจังหวะเท้าเหยียบเส้นข้ามไป ตามกติกาข้อนี้ถือว่า “ไม่ฟาวล์” เนื่องจากเป็นลักษณะของการจัดระเบียบร่างกายและการเคลื่อนไหวต่อเนื่องหลังจากการเล่นลูกไปแล้ว (Follow-through) ซึ่งกฎข้อนี้เป็นที่รับรู้และมีการใช้งานมานานกว่า 14 ปีแล้ว

คำถามที่คาใจแฟนกีฬา ทำไมจับฟาวล์แค่ฝั่งไทย?

สิ่งที่เป็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักไม่ใช่แค่เรื่องของการตีความกติกาผิดพลาด แต่เป็นเรื่องของ “มาตรฐานการตัดสิน” เพราะตลอดการแข่งขันแมตช์นัดชิงชนะเลิศนี้ นักกีฬาจากทั้งฝั่งไทยและฝั่งมาเลเซียต่างก็มีจังหวะที่เท้าเหยียบเส้นล้ำเข้าไปในแดนคู่แข่งหลังจากการขึ้นฟาดหลายต่อหลายครั้ง

ทว่า ผู้ตัดสินชาวสิงคโปร์กลับเลือกที่จะจับฟาวล์และเพ่งเล็งเฉพาะนักกีฬาจากทีมชาติไทยอยู่ฝ่ายเดียว ทำให้เกิดข้อครหาถึงความโปร่งใสและมาตรฐานของกรรมการ จนกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทีมชาติไทยไม่อาจยอมรับการตัดสิน และต้องแสดงจุดยืนด้วยการวอล์กเอาต์ในที่สุด