
“จตุรงค์ มกจ๊ก” เล่าอดีตสะเทือนใจ ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อเส้นทางบันเทิง
ทำเอาแฟนคลับ และคนในวงการถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน เมื่อนักแสดงตลกรุ่นใหญ่ จตุรงค์ มกจ๊ก ได้มานั่งเปิดใจพูดคุยในรายการยูทูบ “Sad Bar” ของ นิกกี้ ณฉัตร ถึงบาดแผลในอดีตช่วงวัยรุ่น ที่ถูกปิดตายมานาน กับเหตุการณ์ที่ต้องยอม ถูกผู้ชายล่วงละเมิดทางเพศ เพื่อแลกกับโอกาส ในการก้าวเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง

ไร้เงิน-ไร้ทางเลือก จำใจยอมรับเงื่อนไขเพื่อความอยู่รอด
จตุรงค์ เล่าย้อนกลับไปในวัย 19-20 ปี ตอนนั้นตนตัดสินใจหนีออกจากบ้านที่โพธาราม เข้ามาตกระกำลำบากในกรุงเทพฯ โดยไม่มีเงินติดตัวเลยแม้แต่บาทเดียว จนได้มีโอกาส ไปอยู่วงดนตรีเพื่อเตรียมตัวเป็นหางเครื่อง แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อครูสอนเต้นซึ่งเป็นผู้ชายวัย 40 ปี ได้ยื่นคำขาดว่า หากอยากขึ้นเวทีต้องยอมมีสิทธิพิเศษแลกเปลี่ยน พร้อมขู่ว่าถ้าไม่ยอมก็ต้องกลับบ้านนอกไป
ด้วยความที่ไม่มีเงินและไม่มีทางเลือก จตุรงค์ในเวลานั้นจึงต้องจำใจยอมทำตามเงื่อนไข แม้ในใจจะช็อกและภาวนาให้คืนนั้นผ่านพ้นไปโดยเร็วที่สุด แต่มันก็กลายเป็นตราบาปและรอยแผลที่ฝังลึกอยู่ในใจมาจนถึงทุกวันนี้

ก้าวแรกในวงการ แลกมาด้วยตราบาปที่จำฝังใจ
หลังจากเหตุการณ์คืนนั้น เขาได้รับโอกาสให้ขึ้นเวทีเต้นและได้ค่าตัว 100 บาท ซึ่งถือเป็นเงินจำนวนมากในยุคนั้น ทำให้เขามีข้าวกินอิ่มทุกมื้อ และที่สำคัญคือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้มารู้จักกับกลุ่มศิลปินตลก จนสามารถฉายแววและกลายมาเป็น “จตุรงค์ ” ที่โด่งดังมีชื่อเสียงได้อย่างในปัจจุบัน
มองเป็นผู้มีพระคุณ ย้อนเวลากลับไปได้ก็ยังเลือก “ยอม”
เมื่อ นิกกี้ ณฉัตร ถามว่าทำไมถึงยังยอมช่วยเหลือคนที่เคยทำร้ายจิตใจขนาดนี้ จตุรงค์ ตอบกลับด้วยมุมมองที่น่าสนใจว่า “กูถือว่าถ้าไม่มีเขา กูก็ไม่ได้มาเป็นจตุรงค์ ไม่ได้เฉิดฉาย ถือว่าเขามีบุญคุณ” ซึ่งปัจจุบันชายคนดังกล่าวก็ยังมีชีวิตอยู่ และมักจะแวะเวียนมาขอเงินตนอยู่เสมอ ซึ่งตนก็ยอมให้มาตลอด
และเมื่อถูกถามคำถามทิ้งท้ายว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะยังยอมทำแบบเดิมหรือไม่? จตุรงค์ ตอบอย่างหนักแน่นว่า “ยอม เพราะเหตุการณ์มันไม่เกินชั่วโมง แต่มันคือตราบาปที่ติดไปตลอดชีวิต” คำตอบนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวและการยอมรับความจริงในอดีตที่หล่อหลอมให้เขาเข้มแข็งมาจนถึงทุกวันนี้