
บุกร้องกองปราบ! เอาผิด “ช่างหนึ่ง หวานเจี๊ยบ” ผู้รับเหมาทิ้งงานสูญนับล้าน
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ที่ศูนย์รับเเจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นางสาวนลิน โรจนวัทธิกร ผู้ก่อตั้งเพจห้วยแถลง ได้เป็นตัวแทนนำกลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 คน เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับ “ช่างหนึ่ง หวานเจี๊ยบ” ผู้รับเหมาก่อสร้างชื่อดังในโซเชียล หลังรับงานและเบิกเงินไปแล้วแต่กลับทิ้งงาน ไม่สร้างบ้านให้แล้วเสร็จตามสัญญา

แฉพฤติกรรม เบิกเงินยิบย่อยก่อนทิ้งงาน
นายมลเทียน หนึ่งในตัวแทนผู้เสียหาย เล่าถึงพฤติการณ์ว่า ตนได้ว่าจ้างผู้รับเหมารายนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อสร้างบ้านชั้นเดียวแบบห้องแถว กำหนดเสร็จใน 10 เดือน แต่พอเริ่มงานกลับทำเพียงโครงสร้างและมุงหลังคา จากนั้นก็ใช้วิธีทยอยเรียกเก็บเงินเพิ่มเรื่อยๆ โดยอ้างค่าวัสดุ ค่าแรง และเหตุจำเป็นเร่งด่วนต่างๆ พอผู้ว่าจ้างพยายามติดตามทวงถามความคืบหน้า ก็จะบ่ายเบี่ยงและขาดการติดต่อไปในที่สุด ทำให้หลายรายสูญเงินตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลักล้านบาท

สุดรันทด! ขายที่สร้างบ้านให้พ่อพิการ สุดท้ายต้องนอนโรงรถ
ด้าน นางนยา อีกหนึ่งผู้เสียหาย เปิดเผยเรื่องราวสุดช้ำว่า ตนตัดสินใจขายที่ดินเพื่อนำเงินมาสร้างบ้านให้พ่อที่พิการ โดยโอนเงินให้ช่างคนดังกล่าวไปแล้วเกือบ 9.5 แสนบาท แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงการเทคานและโครงเหล็กที่เริ่มผุพังจากสนิม ซ้ำร้ายโครงสร้างที่ถูกทิ้งร้างยังทำให้น้ำท่วมขัง สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินเดิม
“ทุกวันนี้ตนและพ่อที่พิการ ต้องอาศัยหลับนอนอยู่ในโรงรถอย่างยากลำบาก” นางนยากล่าวด้วยความอัดอั้น

สลดเหยื่อจบชีวิตทิ้งจดหมายแค้น – จี้กองปราบรับคดีอาญา
นางสาวนลิน ตัวแทนเพจห้วยแถลง ระบุเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ได้พาผู้เสียหายไปแจ้งความที่ สภ.โนนสูง แต่พนักงานสอบสวนมองว่าเป็นคดีแพ่ง จึงตัดสินใจพาผู้เสียหายมาร้องขอความเป็นธรรมที่กองปราบฯ เพื่อให้ดำเนินคดีในข้อหาทางอาญา เนื่องจากผู้รับเหมายังมีพฤติกรรมเปิดเพจรับงานตามปกติ ซึ่งเกรงว่าจะมีประชาชนตกเป็นเหยื่อเพิ่ม
นอกจากนี้ ยังมีกรณีสลดของ “ลุงเล็ก” วัย 59 ปี หนึ่งในผู้เสียหายที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลงเพราะความผิดหวัง โดยได้ทิ้งจดหมายฉบับสุดท้ายระบุข้อความสุดสะเทือนใจว่า “โง่ให้เขาหลอก” พร้อมกับระบุชื่อของช่างรับเหมารายนี้ไว้ในจดหมายด้วย
แม้ก่อนหน้านี้ช่างหนึ่งจะพยายามเจรจาขอโอกาสกลับไปสร้างบ้านให้เสร็จ แต่กลุ่มผู้เสียหายยืนยันปฏิเสธ เพราะสูญเสียความไว้ใจไปหมดแล้ว และต้องการให้ตำรวจเร่งดำเนินคดีให้ถึงที่สุด