
คดีอัจฉริยะ เปิดพฤติการณ์กรรโชกทรัพย์ 2.5 ล้าน แลกไม่ไลฟ์แฉ
ความคืบหน้ากรณีพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม นำตัว นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.กวินศักดิ์ และ น.ส.วิภาดา (ผู้ต้องหาที่ 1-3) ยื่นฝากขังต่อศาลอาญาเป็นเวลา 12 วัน ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์และข่มขืนใจผู้อื่น ล่าสุดมีการเปิดเผยรายละเอียดพฤติการณ์แห่งคดี ซึ่งพบว่ามีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน
ไทม์ไลน์การติดต่อและส่งมอบเงิน
- จุดเริ่มต้น: ช่วงเดือน ธ.ค. 2568 อดีต ผกก.ตม. (ผู้กล่าวหา) ทราบว่านายอัจฉริยะเตรียมไลฟ์สดเปิดโปงขบวนการนำตัวผู้ต้องกักชาวจีนออกจากห้องกักตัว ซึ่งทางผู้กล่าวหามองว่าเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน
- เสนอตัวเป็นคนกลาง: พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ได้ติดต่อหาผู้กล่าวหา โดยเสนอตัวเป็นคนกลางเพื่อช่วย “เคลียร์” ให้นายอัจฉริยะหยุดแฉประเด็นดังกล่าว หากยอมจ่ายเงิน
- เรียกรับเงิน: น.ส.วิภาดา (ลูกน้องของ พ.ต.อ.กวินศักดิ์) ได้ติดต่อกลุ่มผู้กล่าวหา โดยเริ่มแรกเรียกเงินจำนวน 2 ล้านบาท ก่อนที่ พ.ต.อ.กวินศักดิ์ จะขอเพิ่มยอดรวมเป็น 2.5 ล้านบาท
- ส่งมอบเงิน: วันที่ 9 ม.ค. 2569 กลุ่มผู้กล่าวหารวบรวมเงิน 2.5 ล้านบาท ใส่ซองกระดาษสีน้ำตาล 2 ซอง นำไปส่งมอบให้เครือข่ายของผู้ต้องหาที่ร้านกาแฟย่านเลียบด่วนรามอินทรา
- ผิดข้อตกลง: แม้จะจ่ายเงินเคลียร์ไปแล้ว แต่วันที่ 12 ม.ค. 2569 นายอัจฉริยะกลับยังคงไลฟ์สดแฉขบวนการดังกล่าว ทำให้กลุ่มผู้เสียหายมองว่าถูกหลอกลวงและข่มขู่ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ

ตำรวจค้านประกันตัว ชี้ทำเป็นขบวนการ
เบื้องต้นในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราว (ขณะนี้อยู่ระหว่างศาลพิจารณา) อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนได้ ขอคัดค้านการประกันตัว อย่างเด็ดขาด ด้วยเหตุผลดังนี้:
- ทำเป็นขบวนการ: พฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน ซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นและกระทบภาพลักษณ์ของกระบวนการยุติธรรม
- เสี่ยงยุ่งเหยิงพยาน: ตำรวจพบข้อมูลว่าอาจมีการกระทำผิดในลักษณะเดียวกันนี้กับผู้เสียหายรายอื่นด้วย หากปล่อยตัวเกรงว่าผู้ต้องหาจะเข้าไปแทรกแซงพยานบุคคล ทำลายพยานหลักฐาน หรือเคลื่อนย้ายทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิด
- คดียังไม่สิ้นสุด: พนักงานสอบสวนยังต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีกถึง 15 ปาก และต้องรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์