
ทรัมป์บอกจ่อคุยวันอังคาร แต่เตหะรานปฏิเสธ ยังไม่มีแผน เจรจาสหรัฐอิหร่าน รอบใหม่
ความสัมพันธ์ระหว่าง วอชิงตันและเตหะราน ยังคงส่งสัญญาณ ที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจนหลังโฆษก กระทรวงการต่างประเทศ ของอิหร่าน เอสมาอิล บากาอี ออกมายืนยัน ว่าการเดินทาง ของคณะผู้แทน อิหร่านไปยัง กรุงโดฮา นั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับฝ่ายสหรัฐฯแต่อย่างใด
บากาอีระบุชัดเจนว่าจะไม่มีการประชุมกับฝ่ายอเมริกันในทุกระดับ ในอีกไม่กี่วัน ข้างหน้า ท่าทีดังกล่าว สวนทางกับ สิ่งที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณผ่านสื่อว่าทั้งสองฝ่าย อาจมีการหารือ กันในเร็วๆ นี้
บริบทของ ความตึงเครียด ครั้งนี้ มีรากฐาน มาจากข้อตกลง หยุดยิง 14 ข้อ ที่ทรัมป์ลงนาม ร่วมกับอิหร่าน เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน เพื่อยุติสงคราม ที่ดำเนินมา กว่า 100 วัน นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์แต่ข้อตกลง ดังกล่าว กลับเปราะบาง ตั้งแต่ต้น เนื่องจากทั้งสอง ฝ่ายต่างกล่าวหา อีกฝ่าย ว่าละเมิดเงื่อนไข
จุดร้อนสำคัญ คือช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก โดยอิหร่านยืนยัน ว่าตนมีอำนาจ ในการจัดการ การเดินเรือ ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ยืนกรานว่าการเดินเรือระหว่างประเทศ ต้องเป็นไปอย่างเสรีปราศจากการขัดขวาง ความขัดแย้งในจุดนี้กลายเป็นชนวนปะทุให้เกิดเหตุโจมตีเรือพาณิชย์ นช่วง 26 มิถุนายนที่ผ่านมา
ทรัมป์ตอบโต้ ด้วยการโพสต์ ผ่าน Truth Social ประกาศว่า กองทัพสหรัฐ ได้โจมตี คลังขีปนาวุธ โดรน และสถานีเรดาร์ ชายฝั่งของอิหร่าน พร้อมขู่ว่าหากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซจะไม่มีประเทศเหลืออยู่ ให้กลับ ด้านอิหร่าน ตอบโต้ ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐ ในคูเวตและบาห์เรน
ล่าสุด เมื่อคืนวันที่ 29 มิถุนายน The Wall Street Journal รายงานอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่าทั้งสองฝ่าย ตกลงยุติ
การสู้รบ รอบล่าสุด และจะกลับมาเปิดโต๊ะเจรจาอีกครั้ง ในกรุงโดฮา โดยเน้นประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ เป็นหลัก ซึ่งอาจ เกิดขึ้น เร็วที่สุด วันที่ 30 มิถุนายนนี้
ผลกระทบ ต่อตลาดพลังงาน ยังคงเห็นชัด โดยน้ำมันดิบ WTI ปิดที่ 69.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำกว่า 70 ดอลลาร์ เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ก่อนเกิดสงคราม สะท้อนว่า ตลาดเริ่ม คลายความกังวล บางส่วน แม้ภาพรวม ยังต้องติดตาม อย่างใกล้ชิด