ด่วน! ศาลอาญายกฟ้อง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” คดี 112 ปมวิจารณ์วัคซีน ชี้เป้าหมายคือติงนายกฯ

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ศาลอาญายกฟ้อง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” คดี 112 ปมไลฟ์สดวัคซีนพระราชทาน

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 พ.ค. 2569 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

คดีนี้สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2564 ที่นายธนาธรได้ทำการไลฟ์สด ผ่านเฟซบุ๊กเพื่อวิพากษ์วิจารณ์การจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลในหัวข้อ “วัคซีนพระราชทาน ใครได้-ใครเสีย” ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเนื้อหาพาดพิงถึงสถาบันฯ และบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด โดยตลอดการต่อสู้คดีที่ผ่านมา นายธนาธรได้ให้การปฏิเสธ ข้อกล่าวหามาโดยตลอด

ศาลชี้ชัด! เป็นการวิจารณ์การทำงานของ “นายกฯ-รัฐบาล” ไม่เข้าข่ายความผิด

ศาลได้พิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ใจความสำคัญของการไลฟ์สดดังกล่าว เป็นการตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล ว่าจะสามารถรับมือ กับสถานการณ์โรคระบาดในขณะนั้นได้หรือไม่

การพูดของนายธนาธรเป็นการพุ่งเป้าวิจารณ์ไปที่ตัวนายกรัฐมนตรีโดยตรง พยานหลักฐานของฝั่งโจทก์จึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า เป็นการแสดงความอาฆาตมาดร้ายหรือล่วงละเมิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ศาลจึงมีคำพิพากษา “ยกฟ้อง”

“ธนาธร” โล่งใจ วอนกระบวนการยุติธรรมหยุดเป็นเครื่องมือทางการเมือง

ภายหลังรับฟังคำพิพากษา นายธนาธรเปิดเผยว่า วันนี้รู้สึกโล่งใจที่ศาลเห็นว่าเนื้อหาการไลฟ์สดไม่ได้เป็นการล่วงละเมิดสถาบันฯ แต่เป็นการวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล พร้อมระบุว่ายังมีนักโทษทางการเมืองอีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับสิทธิประกันตัว ทั้งที่พวกเขาไม่ใช่อาชญากรและไม่ได้ฆ่าใคร แต่เป็นเพียงผู้ที่มีความคิดเห็นต่างเท่านั้น

“ผมขอใช้โอกาสนี้เรียกร้องกับบุคคลในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมดอย่าเอาใจฝ่ายการเมือง ให้ยืนยันในหลักการอย่างหนักแน่น ให้ไปใช้เวลากับคดีที่ต้องการความเร่งรัดคดีอื่นดีกว่า เริ่มได้เลยตั้งแต่วันนี้ตั้งแต่ชั้นตำรวจอัยการ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิเสรีภาพได้อย่างแท้จริง”

นายธนาธรยังได้กล่าวสนับสนุนแนวนโยบายของประธานศาลฎีกา ที่ออกมาระบุให้ยกฟ้องคดีการเมืองหรือคดีฟ้องปิดปาก (SLAPP) เนื่องจากทำให้ประเทศสูญเสียทรัพยากรและเวลาของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมไปอย่างมหาศาล ส่วนเรื่องที่อัยการจะยื่นอุทธรณ์คดีนี้หรือไม่นั้น ตนไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใด และพร้อมที่จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ต่อหากเป็นเรื่องใหญ่และจำเป็น